‘นักชิม’ ยกนิ้วติดใจอร่อยไม่แพ้ร้านดัง

ตะลึง ร้านกาแฟสดของผู้พิการทางสติปัญญาลูกค้าอุดหนุนคึกคัก เพราะฝีมือการชงอร่อยล้ำไม่แพ้ร้านกาแฟยี่ห้อดังๆ มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ผู้สนับสนุน เผยเปิดร้านให้และฝึกฝนการชงกาแฟสดจนสามารถออกประกอบอาชีพเลี้ยงตัว มุ่งเป้าต่อยอดขยายไปสู่คนพิการทั่วประเทศ 10 ศูนย์ เพื่อส่งเสริมให้มีรายได้พึ่งตัวเองได้ ลดการเป็นภาระครอบครัว ขณะที่ คนชงกาแฟขอบคุณที่สังคมให้โอกาส เก็บเงินส่งให้ครอบครัวทุกเดือน

เรื่องราวดีๆที่น่าชื่นชมและควรให้การสนับสนุนในสังคมไทยกับการช่วยเหลือผู้พิการทางสติปัญญาด้วยการหาอาชีพให้ทำ เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีร้านกาแฟย่านราชเทวี กทม. นำผู้พิการทางสติปัญญามาเป็นบาริสต้า หรือคนชงกาแฟ โดยมีความสามารถเหมือนกับผู้ไม่พิการ มีลูกค้าทั่วไปแวะเวียนมาอุดหนุนซื้อกาแฟกันจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวอยู่ที่ซอยเพชรบุรี12 ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี เป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่ ชื่อร้าน “ปัญญา คาเฟ่” ตั้งอยู่ด้านหน้ามูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ บรรยากาศในร้านถูกตกแต่งสวยงามสบายตาเหมือนร้านกาแฟทั่วไป และพนักงานหน้าร้านทั้งหมดล้วนเป็นผู้พิการทางสติปัญญามาตั้งแต่กำเนิด แต่สามารถชงกาแฟได้คล่องแคล่วแบบมืออาชีพหนึ่งในจำนวนนี้คือนายถกลรัตน์ หรือจิน โปร่งสุวรรณ อายุ 27 ปี ผู้มีความผิดปกติทางร่างกายในกลุ่มดาวน์ซินโดรมที่เป็นบาริสต้า ซึ่งระหว่างชงกาแฟจะคอยสอบถามความต้องการของลูกค้าอยู่เป็นระยะ เมื่อลูกค้าจ่ายเงินจะทอนเงินได้อย่างถูกต้อง ส่วนอีกคนคือ นายวีระยุทธ โล่ทองเพชร อายุ 52 ปี มีความผิดปกติทางร่างกายในกลุ่มออทิสติกเป็นผู้เดินเสิร์ฟกาแฟ เก็บแก้ว เช็ดโต๊ะ ทำความสะอาดหลังลูกค้าที่ดื่มกาแฟเสร็จด้วยรอยยิ้ม จนเป็นที่ชื่นชอบของผู้มาซื้อกาแฟ

นางสายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า เดิมร้านกาแฟปัญญา คาเฟ่ เปิดเป็นร้านรถเข็นอยู่หน้า ร.ร.ปัญญาวุฒิกร ตั้งแต่ปี 2558 นายถกลรัตน์ได้รับการฝึกอบรมจากครูพี่เลี้ยง ร.ร.ปัญญาวุฒิกร จนจดจำสูตรวิธีชงกาแฟได้เอง เปิดร้านขายราคาแก้วละ 20 บาท ให้กับผู้ปกครองนักเรียน ร.ร.ปัญญาวุฒิกร และผู้ปกครอง ร.ร.ดรุณพัฒน์ที่อยู่ใกล้กัน ด้วยรสชาติกาแฟที่อร่อยทำให้หลายคนชื่นชอบจนเป็นลูกค้าประจำ เมื่อฝีมือการชงกาแฟของนายถกลรัตน์เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าจึงเปิดร้านให้เป็นห้องเล็กๆ ตกแต่งภายในให้ลูกค้ามีพื้นที่พักผ่อนนั่งดื่มกาแฟ และให้นายวีระยุทธเดิมเป็นพนักงานธุรการ ร.ร.ปัญญาวุฒิกร มาช่วยเสิร์ฟกาแฟ ทั้งคู่ได้ค่าจ้างเดือนละ 9,125 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้คนพิการได้สู้ชีวิต หาเงินได้ด้วยตัวเองไม่เป็นภาระของครอบครัว

ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า สำหรับร้านปัญญา คาเฟ่ แห่งใหม่เปิดขายตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. เบื้องต้นถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะสามารถสอนคนพิการทางสติปัญญาตั้งแต่กำเนิดชงกาแฟขายอย่างคล่องตัว มีคอกาแฟแวะเวียนมานั่งดื่มกาแฟอยู่เป็นระยะ เพราะรสชาติและฝีมือการ ชงกาแฟไม่แพ้คนปกติ หรืออร่อยกว่าหลายร้านด้วยซ้ำ ตนมีแผนจะขยายร้านไปเปิดที่ศูนย์ช่วยเหลือคนปัญญาอ่อนฯที่มีอยู่ทั่วประเทศ 10 แห่ง โดยจะฝึกผู้พิการทางสติปัญญาเหล่านี้ให้ชงกาแฟ และจะนำผลิตภัณฑ์ของคนพิการทำเอง เช่น คุกกี้ สลัดผักปลอดสารพิษ มาวางจำหน่ายในร้านกาแฟ เพื่อสนับสนุนคนพิการไม่ต้องพึ่งพาใคร และมีรายได้เป็นของตัวเอง

น.ส.สิริกร ศรศิริ อายุ 27 ปี หนึ่งในลูกค้า กล่าวว่า ติดตามกินกาแฟร้านปัญญา คาเฟ่ ตั้งแต่เปิดอยู่หน้า ร.ร.ปัญญาวุฒิกร เพราะชงกาแฟได้อร่อยถูกใจ แม้ว่าคนชงเป็นคนพิการ แต่ความสามารถไม่ต่างจากคนปกติ และสามารถชงตามที่ลูกค้าชอบได้อย่างที่ต้องการ ขอยืนยันว่าความอร่อยไม่แพ้ร้านขายกาแฟทั่วไป อยากให้คอกาแฟมาลองชิมกาแฟร้านนี้ จะได้สร้างรายได้ให้กับคนพิการด้วย เช่นเดียวกับ น.ส.สุมาลี พูลสวัสดิ์ อายุ 47 ปี ลูกค้าอีกคนที่การันตีถึงรสชาติกาแฟคนพิการที่อร่อย แม้คนชงกาแฟเป็นคนพิการทางสติปัญญาแต่ลีลาการชงกาแฟคล่องแคล่วดีมากอาจจะช้าบ้าง เมื่อได้ชิมกาแฟก็ติดใจเพราะอร่อยไม่ต่างจากกาแฟสดทั่วไป

ขณะที่ นายถกลรัตน์กล่าวว่า ชอบชงกาแฟแต่ไม่ชอบกิน ส่วนวิธีการชงไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ต้องฝึกฝนการชงบ่อยๆ เริ่มจากนำผงกาแฟอัดเข้าเครื่องชงกดปุ่มชงกลั่นให้ได้น้ำกาแฟ จากนั้นต้องถามลูกค้าว่าต้องการรสชาติกาแฟแบบไหน ส่วนใหญ่ลูกค้าผู้หญิงชอบหวานน้อย ส่วนผู้ชายชอบหวานมาก หากหวานมากก็ใส่นมข้นหวาน 2 ช็อต รู้สึกดีใจที่สังคมให้โอกาสคนพิการ สามารถหารายได้ด้วยตนเอง ไม่เป็นภาระครอบครัวและสังคม ตนได้ค่าแรงเดือนละ 9,125 บาท ส่งให้พ่อและน้องชายเดือนละ 2,000-3,000 บาท

ขอบคุณข้อมูล https://www.thairath.co.th/content/1218395